คณะอนุกรรมการพัฒนาส่งเสริมการใช้เอทานอลอนุมัติผู้ผลิตเอทานอลรายใหม่เพิ่ม 14 ราย กำลังผลิตรวมวันละ 3.4 ล้านลิตร ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงงานแป้งมัน เหลืออีก 30 กว่ารายให้ส่งเอกสารตามมา งานนี้ “พินิจ” สั่งปิดปากกรรมการไม่ให้เปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติ
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาอนุมัติผู้ประกอบการที่ยื่นขอจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลเพิ่มอีก 14 ราย กำลังการผลิตรวมวันละ 3.4 ล้านลิตร จากผู้ประกอบการที่ยื่นขออนุมัติมาทั้งสิ้นประมาณ 50 ราย โดยรายที่ได้รับการอนุมัติส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการผลิตแป้งมันและมันสำปะหลังอัดเม็ดที่มีการขยายธุรกิจมาผลิตเอทานอล อาทิ บริษัท ศรีมา อินเตอร์ โปรดักส์ จำกัด กำลังการผลิตวันละ 150,000 ลิตร, บริษัท ทรัพย์ทิพย์ จำกัด กำลังการผลิตวันละ 200,000 ลิตร บริษัท ไทย คูพ แอนด์ โอซีทีแลนด์ เอ็นเนอร์ยี่ กำลังการผลิตวันละ 200,000 ลิตร และบริษัท ทีพีเค สตาร์ช กำลังการผลิตวันละ 680,000 ลิตร
เกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติให้มีการจัดตั้งโรงงานเอทานอล ผู้ประกอบการจะต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณา 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- สัญญาการจัดซื้อเครื่องจักรภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2549
- แผนและสัญญาการจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับการผลิตเอทานอลที่ชัดเจนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2549
- เอกสารการอนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน พร้อมกับเอกสารการชำระหนี้ที่ระบุวันอนุมัติภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2549
- เอกสารการเปิด L/C การจัดซื้อเครื่องจักรประเภทที่ไม่สามารถยกเลิกได้ หรือเอกสารการชำระเงินส่วนที่เหลือไม่เกิน 31 กรกฎาคม 2549
การอนุมัติให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลครั้งนี้ ถือเป็นการสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ตามเป้าหมายกำหนดไว้ในปี 2550 จะต้องมีการใช้เอทานอลเป็นพลังงานไม่ต่ำกว่าวันละ 1 ล้านลิตรและในปี 2552 ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านลิตร โดยได้มีการสนับสนุนให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ ผลิตรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันเบนซิน 95 ที่มีสัดส่วนเอทานอลผสมอยู่ 20% (E20) ได้ จากปัจจุบันมีการใช้เอทานอลผสมในน้ำมันเบนซิน 95 เพียง 10 % (หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์) ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นปริมาณการใช้เอทานอลก็จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
สำหรับผู้ประกอบการ 14 รายที่ได้รับการอนุมัติให้มีการตั้งโรงงานเอทนอลนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่ได้รับการอนุมัติ จะต้องมาวิ่งเต้นขอให้ กชช. อนุมัติภายหลัง ซึ่งก็จะไม่ยุติธรรมกับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ (21-23 สิงหาคม 2549)